Home / ข่าวทั่วไทย / แนะนำหนังไทยน่าดู “ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ”

แนะนำหนังไทยน่าดู “ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ”

558000010289701

เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ น่าจะเป็นชื่อที่รู้จักในวงกว้างนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เพราะหลังจากเวลากว่าสิบปีบนเส้นทางคลุกคลีอยู่กับภาพยนตร์ แม้ชื่อและผลงานของเขาจะได้รับการกล่าวชมมากถึงมากที่สุด แต่ก็ในวงวงหนึ่ง ซึ่งพูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือวงของผู้ชมที่ดูหนังนอกกระแส แม้ว่าตามความจริง เต๋อ-นวพล จะมีส่วนร่วมในหนังดังๆ โดยการเขียนบทให้กับภาพยนตร์ของค่ายจีทีเอชมาแล้วถึงสองเรื่องคือ “รถไฟฟ้ามาหานะเธอ” และ “Top Secret วัยรุ่นพันล้าน” และถึงวันนี้ ไม่ว่าเขาจะยินดีหรือไม่ยินดี (แต่เชื่อว่าน่าจะยินดี) ผลงานอย่างฟรีแลนซ์: ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ จะทำให้ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักตั้งแต่คนรักหนังโรงเล็ก ไปจนถึงคนดูหนังโรงใหญ่

เพราะอย่างน้อยที่สุด นี่คือหนังเรื่องแรกของเขาที่ “ฉายทุกโรงภาพยนตร์” จริงๆ มันเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากมากสำหรับหนังไทยสักเรื่องที่จะได้ฉายครบทุกโรงภาพยนตร์อย่างเช่นเรื่องนี้ ตั้งแต่ลิโด้ไปจนถึงพารากอนและเอสเอฟ และตั้งแต่เฮาส์อาร์ซีเอไปจนกระทั่งเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ นั่นยังไม่นับรวมว่า การมีดาราระดับแม่เหล็กทั้งสองคนแสดงนำ ทั้งซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ และ “ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่” ก็คือแรงผลักชั้นดีที่ทำให้หนังเรื่องนี้ “ดัง” ตั้งแต่ยังไม่เข้าฉาย

ยังไม่ก้าวเข้าไปในรายละเอียด และมองอย่างพื้นผิว ผมเห็นว่า ในงานของเต๋อ-นวพล มักจะมีอารมณ์ขันเป็นส่วนประกอบเสมอๆ และอารมณ์ขันนี้ก็ชัดเจนว่าไม่ใช่เป็นการยิงมุกต่อมุก หากแต่เป็นอารมณ์ขันเมื่อฉุกคิด หนังอย่าง “แมรี่ อิส แฮปปี้, แมรี่ อิส แฮปปี้” เอาเข้าจริงก็มีความเป็นหนังตลกเรื่องหนึ่ง เพียงแต่เป็นตลกตั้งคำถาม ต่อกฎเกณฑ์ ต่อความเป็นไป และต่ออะไรๆ ต่างๆ ที่โอบล้อมชีวิตวัยรุ่น (หญิง) หรือแม้แต่หนังสั้นที่เขาเขียนบทและกำกับซึ่งฉายในรายการ “บันทึกกรรม” เมื่อเกือบสิบปีก่อน อย่าง “มั่นใจว่าคนไทยเกิน 1 ล้านคน เกลียดเมธาวี” ก็เป็นหนังที่ดูบันเทิง แต่ในความบันเทิงนั้นกลับแฝงไว้ด้วยประเด็นอันน่าขันขื่นหรือตลกเจ็บปวด ในแง่ที่กล่าวถึงจริตนิสัยของมนุษย์ที่มีธรรมชาติตัดสินผู้อื่นโดยไม่คิดแม้แต่จะอยากทำความรู้ความเข้าใจคนผู้นั้นอย่างถ่องแท้ สักแต่เล่ากันไป ฟังกันไป และนินทาว่าร้ายกันไปต่อๆ กัน ยิ่งในยุคที่สื่อโซเชียลอย่างเฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์เข้ามามีบทบาท การจะทำให้ใครคนใดคนหนึ่งเป็นปีศาจหรือมารร้าย ก็ทำได้โดยง่ายเพียงคลิกไลค์แล้วกดแชร์ หรือรีทวิต โลกและชีวิตในความคิดของหนังของเต๋อ-นวพล บ่อยครั้งบ่อยหน มันดูขันขื่นอย่างน่าประหลาด คือมี “สาระ” อยู่ในมุกตลก ต่อเมื่อขำแล้วขบและคิด เราจะพบว่า เอ้อ ชีวิตมันก็เป็นเช่นนี้นี่สินะ!

558000010289705

และไม่มากไม่มาย ผมเห็นว่า สไตล์ความตลกหรืออารมณ์ขันแบบนั้น ก็มาเต็มๆ ในงานหนังเรื่องใหม่ของเขานี้ที่ชื่อเรื่องก็ฟังดูชวนขำ “ห้ามป่วย ห้ามพัก” แถม “ห้ามรัก” อีกต่างหาก ซึ่งทั้งสามสภาวะนี้ เอาเข้าจริง มีใครที่ไหนจะห้ามกันได้ ห้ามป่วยนี่ไม่ต้องพูดถึง เพราะใครจะรู้ว่ามันจะป่วยเอาตอนไหนยังไง ห้ามพักหรือก็เป็นไปได้ยาก เพราะการพักผ่อนเป็นส่วนสำคัญของชีวิต จะป่วยกล่าวไปไยถึงเรื่องหัวใจ ห้ามน้ำห้ามไฟได้ ค่อยห้ามหัวใจไม่ให้รัก…

“ฟรีแลนซ์: ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ” ดำเนินอยู่บนเส้นเรื่องของตัวละครหลักที่รับบทโดยซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ เขาคือ “ยุ่น” ยอดมนุษย์ขั้นเทพผู้หากินด้วยการเป็นกราฟฟิกดีไซเนอร์ฟรีแลนซ์ พิสูจน์ได้จากตารางงานบนปฏิทินที่แน่นเอี้ยดทุกวัน แถมยังทุ่มเทให้กับงานชนิดที่พูดได้ว่าไม่ยอมหลับยอมนอนจนกว่างานจะเสร็จและส่ง (หรือแม้แต่แก้ไขให้เรียบร้อยตามความต้องการของลูกค้า) หนังในพาร์ทแรกๆ บอกกล่าวเล่าถึงโลกของฟรีแลนซ์ได้แบบเห็นภาพ และยิ่งฟรีแลนซ์ผู้ไม่ยอมศิโรราบให้กับอุปสรรคเรื่องความเร่งรีบอย่างยุ่นด้วยแล้ว ฟรีแลนซ์แบบเขาจึงเป็นที่ต้องการตัว ภาพของ “เจิด” เด็กหนุ่มผู้มุ่งมั่นในเส้นทางสายกราฟฟิกดีไซน์ที่หัวใจเต้นพองโตเมื่อได้พบหน้ายุ่นตัวเป็นๆ คือตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ที่สะท้อนให้เห็นว่าชายหนุ่มวัยสามสิบกว่า ผู้สามารถอดนอนได้ติดต่อกันหลายวันเพื่อทำงานให้เสร็จ เป็นที่กล่าวขวัญถึงของคนในวงการและเป็นไอดอลของน้องๆ มากเพียงใด

แต่เมื่อ “ร่างกาย” ถูกใช้มากใช้เยอะ ต่อเนื่องยาวนานหลายปี ก็เป็นธรรมดาที่มันจะประท้วงและส่งสัญญาณเตือนถึงการเสื่อมโทรม ซึ่งสำหรับยุ่น มันคือปุ่มปมผื่นคันที่เริ่มขึ้นตามผิวหนังร่างกาย และเม็ดผื่นทั้งหลายที่ลุกลามจากเม็ดสองเม็ดเป็นหลายๆ เม็ด ก็ส่งผลให้สปีดในการทำงานของยุ่นด้อยประสิทธิภาพลง เพราะเขาต้องใช้มือซึ่งควรจะได้ทำงานไปคุ้ยแคะแกะเกาผื่นคันเหล่านั้น จนกระทั่งอดรนทนไม่อยู่ ก็ต้องไปหาหมอ และการหาหมอก็นำพาให้เขาได้พบกับ “อิม” (ดาวิกา โฮร์เน่) คุณหมอแสนสวยที่จะเป็นจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ของชายผู้ไม่เคยอ่อนข้อให้กับงาน หรือว่าฟรีแลนซ์ผู้กำลังเดินออกห่างจากจุดที่เป็นบาลานซ์ จะได้รับการเรียกขานให้กลับมาอีกคราหนึ่ง…

ความชัวร์ที่คิดว่าใช่ และคุณจะได้คืนมาชัวร์ๆ สำหรับค่าตีตั๋วเข้าไปดูหนังเรื่องนี้ก็คือ ความตลก…มาตรฐานแบบจีทีเอชยังคงเส้นคงวา ในความฮาและรอยยิ้ม และเหนืออื่นใด ผมคิดว่าเป็นเรื่องของสารที่ตกค้างทั้งในระหว่างที่ดูและดูจบแล้วกลับบ้านก็ยังเก็บมาคิดได้ นี่คือหนังที่ผมคิดว่าไปได้ไกลกว่าหนังหลายๆ เรื่องของจีทีเอชที่ผ่านมา การเห็นตัวอย่างของหนังแล้วคิดว่ามันไม่น่าจะมีอะไรมากไปกว่าคนไข้ถูกใจหมอ แต่จริงๆ ไม่ใช่ เพราะมันยังมีอะไรมากกว่านั้นและพูดได้ว่าดีถึงดีมาก ขณะเดียวกัน นี่เป็นหนังที่เกี่ยวกับคนทำงานแบบฟรีแลนซ์ก็จริง แต่ผมกล้ารับประกันว่าเนื้อหามันสามารถแตะมือและสัมผัสใจได้กับคนทำงานทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนฟรีแลนซ์หรือมนุษย์ออฟฟิศ นึกสภาพตอนที่งานเร่งหรือตั้งใจจะให้เสร็จทันเด๊ดไลน์ ก็วุ่นวายขอบตาดำพอๆ กัน ยิ่งไปกว่านั้น ผมรู้สึกว่า ถึงที่สุด สิ่งที่หนังต้องการจะพูดผ่านตัวละครของซันนี่ ก็ไม่ใช่อะไรที่จะมาเชิดชูบูชามนุษย์ฟรีแลนซ์หรือเรียกร้องความเห็นใจ (แม้ว่าจริงๆ จะน่าเห็นใจอยู่หลายส่วน) หากแต่ประเด็นที่เด่นชัดผ่านตัวละครตัวนี้ เป็นเรื่องของการดำเนินชีวิตและสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ

558000010289709 558000010289708 558000010289707 558000010289706 558000010289702 558000010289703 558000010289704

แสดงความคิดเห็น

comments

Check Also

ล่าแก๊งถ่ายโป๊บางขุนเทียน ผอ.เขตฯส่งจนท.แจ้งความสน.เทียนทะเล ชี้ผิดอนาจาร

ผู้สื่อข่าวรายง …

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *